คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ด้วยในปี พ.ศ.2529 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีนโยบายขยายการจัดการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐานและวิทยาศาสตร์ประยุกต์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มายังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และเพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาด้านสาธารณสุข ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาหลักของการพัฒนาประเทศ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จึงมีการจัดตั้งคณะในกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ โดยเริ่มก่อตั้งคณะแพทยศาสตร์ ในปี พ.ศ.2533 และต่อมาในแผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา ฉบับที่ 7 (พ.ศ.2535 – 2539) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งคณะใหม่เพิ่มอีก 3 คณะวิชา ได้แก่ คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ และคณะเทคนิคการแพทย์

จากนั้น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีคำสั่งที่ 30/2537 ลงวันที่ 11 มกราคม 2537 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการโครงการจัดตั้งคณะเทคนิคการแพทย์ เพื่อจัดทำหลักสูตรตลอดจนวางแผนเรื่องอัตรากำลัง ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งต่อมาคณะกรรมการฯ ได้ประชุมและมีมติให้เปลี่ยนชื่อคณะจากเดิม “คณะเทคนิคการแพทย์” เป็น “คณะสหเวชศาสตร์” เนื่องจากพิจารณาแล้วว่ามีความจำเป็นต้องรองรับการจัดการเรียนการสอนสาขาวิชาต่างๆ ที่จะเปิดการเรียนการสอนต่อไปในอนาคตนอกเหนือจากสาขาเทคนิคการแพทย์ เช่น สาขากายภาพบำบัด และสาขาวิชารังสีเทคนิค

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2539 มีพระราชกฤษฎีกาให้จัดตั้งคณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยแบ่งส่วนราชการเป็น 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย ภาควิชาเทคนิคการแพทย์ ภาควิชากายภาพบำบัด ภาควิชารังสีเทคนิค ภาควิชาอาชีวบำบัด (ขณะนี้ยังไม่เปิดดำเนินการ) และสำนักงานเลขานุการ โดยมีรายนามผู้ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะสหเวชศาสตร์ ตั้งแต่ก่อตั้งคณะสหเวชศาสตร์จนถึงปัจจุบัน ดังนี้

ศาสตราจารย์ ดร.วิฑูรย์ ไวยนันท์

วาระที่ 1 มิถุนายน 2540 – สิงหาคม 2546
วาระที่ 2 มกราคม 2550 – มกราคม 2553

ศาสตราจารย์ ดร.ประมวล เทพชัยศรี

วาระที่ 1 มกราคม 2547 มกราคม 2550
วาระที่ 2 กรกฎาคม 2553 – พฤษภาคม 2556

รองศาสตราจารย์ ดร.กำพล รุจิวิชชญ์

วาระที่ 1 มิถุนายน 2556 – กรกฎาคม 2559
วาระที่ 2 กรกฎาคม 2559 – ปัจจุบัน

ด้วยวิสัยทัศน์ของ รองศาสตราจารย์ ดร.กำพล รุจิวิชชญ์ คณบดีคณะสหเวชศาสตร์ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงรุกในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจในการบริหารคณะสหเวชศาสตร์ให้เป็นสถาบันชั้นนำที่มีความเป็นเลิศทางวิชาการโดดเด่นในความเป็นธรรมศาสตร์ เป็นที่ยอมรับทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ในปี พ.ศ.2557 มีการขยายงานเพื่อรองรับการศึกษาและการวิจัยด้านการส่งเสริมสุขภาพด้วยการออกกำลังกายและการกีฬา โดยมีการแบ่งส่วนราชการภายใน จำนวน 1 หน่วยงาน คือ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬาและการพัฒนากีฬา ซึ่งปัจจุบันมีการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกาย หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการกีฬา และหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการฝึกสอนกีฬา มาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน และขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำร่างหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการกีฬา (หลักสูตรทวิภาษา) และหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการกีฬา (หลักสูตรทวิภาษา) ซึ่งคาดว่าจะเปิดรับนักศึกษารุ่นแรก ในปีการศึกษา 2562 นอกจากนั้น ในปี พ.ศ.2557 ยังมีการเปิดศูนย์บริการสุขภาพคณะสหเวชศาสตร์ ซึ่งประกอบด้วย หน่วยวิจัยและบริการทางเทคนิคการแพทย์ หน่วยกายภาพบำบัดและธาราบำบัด และหน่วยวิทยาศาสตร์การกีฬาและการฟื้นฟูทางการกีฬา และศูนย์ปฏิบัติการวินิจฉัยระดับโมเลกุล (Molecular Diagnostic Laboratory Center) เพื่อดำเนินการตรวจวิเคราะห์สารทางพันธุกรรม การตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุหรือโอกาสในการเกิดโรค รวมถึงการตรวจเพื่อติดตามการรักษาซึ่งจะทำให้การวิเคราะห์โรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และในปีเดียวกันนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.กำพล รุจิวิชชญ์ คณบดีคณะสหเวชศาสตร์ ยังได้รับโล่เกียรติคุณรางวัล “บุคคลคุณธรรมดีเด่นแห่งปี 2557” จากมูลนิธิธรรมลักษณ์ศิลา ต่อมาในปี พ.ศ.2558 รองศาสตราจารย์ ดร.กำพล รุจิวิชชญ์  ได้ดำเนินการจัดหารถเอกซเรย์ระบบดิจิตอลเคลื่อนที่ ด้วยการรับบริจาคจากภาคเอกชน เป็นเงินจำนวน 6 ล้านบาท ซึ่งได้นำมาใช้ประโยชน์ในการดำเนินงานต่างๆ ทั้งการเรียนการสอน การวิจัยและการบริการวิชาการแก่สังคมอย่างต่อเนื่อง และในปี พ.ศ.2558 ได้เปิดหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิติวิทยาศาสตร์ ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาบุคลากรทางด้านนิติวิทยาศาสตร์ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเพื่อมีส่วนร่วมช่วยเหลือในกระบวนการสืบสวน สอบสวนบนพื้นฐานของพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่จะส่งผลให้เกิดการคลี่คลายคดีอย่างถูกต้องและเป็นธรรม และในปีเดียวกันนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.กำพล รุจิวิชชญ์ คณบดีคณะสหเวชศาสตร์ ยังได้รับโล่เกียรติคุณรางวัล “คนดีของแผ่นดิน ประจำปี 2558” จากมูลนิธิธรรมลักษณ์ศิลา อีกด้วย ในปี พ.ศ.2560 ได้มีการขยายงานเพื่อผลิตบุคลากรในสาขาวิชารังสีเทคนิค ซึ่งพบว่าในปัจจุบันมีความขาดแคลนวิชาชีพด้านรังสีเทคนิคอย่างมาก โดยได้เปิดหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารังสีเทคนิค ภายใต้การรับรองของคณะกรรมการวิชาชีพสาขารังสีเทคนิค ซึ่งเป็นการดำเนินการภายใต้ความร่วมมือจากสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศไทย เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยนเรศวร และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

จากการพัฒนางานด้านต่างๆ มาอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น ยังมีการทำข้อตกลงความร่วมมือกับหน่วยงานหรือสถาบันการศึกษาชั้นนำทั้งในและต่างประเทศเพื่อพัฒนาด้านการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ และการพัฒนาบุคลากร กับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ เช่น McMaster University, Canada; University of Alabama, USA; The University of Suwon, Faculty of Sports Science, Makelle University, Federal Democratic Republic of EthiopiaTaiwan; Association for Physical Activities and Recreation Taiwan, Republic of China; The Faculty of Sport Sciences, Waseda University, Japan, College of Medical Technology, Trinity University of Asia, Philippines, สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, บริษัท ธนบุรี เฮลธ์ แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), การกีฬาแห่งประเทศไทย, สมาคมกีฬาเทนนิส ลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, สมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, 5 มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อพัฒนากำลังคนสายวิชาชีพรังสีเทคนิค

นอกจากการดำเนินงานอย่างจริงจังข้างต้นแล้ว รองศาสตราจารย์ ดร.กำพล รุจิวิชชญ์ คณบดีคณะสหเวชศาสตร์ ได้ริเริ่มจัดทำหลักสูตรนักบริหารระดับสูง กอล์ฟ ธรรมศาสตร์ (นกธ.) โดยกำหนดจัดอบรมฯ ปีละ 3 รุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคมด้านการบริหารจัดการกีฬาและการดูแลสุขภาพรวมถึงเป็นการสร้างเครือขายความร่วมมือกับกลุ่มบุคคลต่างๆ เริ่มเปิดการอบรมมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่รุ่นที่ 1 – 5 (ปี พ.ศ.2558 – 2560) มีจำนวนผู้ผ่านการอบรมฯ มากกว่า 500 คน โดยพบว่าหลักสูตรฯ ยังคงเป็นความต้องการและเป็นที่สนใจของบุคคลในสังคมอีกจำนวนมาก

หลักสูตรและสาขาวิชาที่เปิดสอนในปัจจุบัน (ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก)

ระดับปริญญาตรี จำนวน 6 หลักสูตร

  1. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ (เปิดรับนักศึกษารุ่นแรก ปีการศึกษา 2539)
  2. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชากายภาพบำบัด (เปิดรับนักศึกษารุ่นแรก ปีการศึกษา 2541)
  3. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกาย (เปิดรับนักศึกษารุ่นแรก ปีการศึกษา 2553)
  4. หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการกีฬา (เปิดรับนักศึกษารุ่นแรก ปีการศึกษา 2557)
  5. หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการฝึกสอนกีฬา (เปิดรับนักศึกษารุ่นแรก ปีการศึกษา 2557)
  6. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารังสีเทคนิค (เปิดรับนักศึกษารุ่นแรก ปีการศึกษา 2560)

ระดับปริญญาโท จำนวน 4 หลักสูตร

  1. หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาชีวเวชศาสตร์ (หลักสูตรนานาชาติ) (เปิดรับนักศึกษารุ่นแรก ในปีการศึกษา 2544)
  2. หลักสูตรเทคนิคการแพทยมหาบัณฑิต (หลักสูตรปกติ) (เปิดรับนักศึกษารุ่นแรก ในปีการศึกษา 2551)
  3. หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิติวิทยาศาสตร์ (หลักสูตรพิเศษ) (เปิดรับนักศึกษารุ่นแรก ในปีการศึกษา 2558)
  4. หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชากายภาพบำบัด (หลักสูตรปกติ) (เปิดรับนักศึกษารุ่นแรก ในปีการศึกษา 2558)

ระดับปริญญาเอก จำนวน 1 หลักสูตร

  1. หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาชีวเวชศาสตร์ (หลักสูตรนานาชาติ) (เปิดรับนักศึกษารุ่นแรก ในปีการศึกษา 2544)

การทำความร่วมมือด้านวิชาการ วิจัย และบริการวิชาการ

การสร้างความร่วมมือและเครือข่ายทางวิชาการ วิจัย และการบริการวิชาการ กับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น

  1. McMaster University, Canada
  2. University of Alabama,USA
  3. The University of Suwon, South Korea
  4. PAN Asian Society of Sport and Physical Education, South Korea
  5. College of Sports, Physical Education and Recreation Mindanao State University, The Republic of The Philippines
  6. International Society of Eastern Sports and Physical Education, South Korea
  7. Faculty of Sports Science, Makelle University, Federal Democratic Republic of EthiopiaTaiwan Association for Physical
  8. Activities and Recreation Taiwan, Republic of China
  9. The Faculty of Sport Sciences, Waseda University, Japan
  10. สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  11. บริษัท ธนบุรี เฮลธ์ แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
  12. บริษัท เอ็มพี กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด
  13. การกีฬาแห่งประเทศไทย
  14. สมาคมกีฬาเทนนิส ลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
  15. สมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
  16. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อพัฒนากำลังคนสายวิชาชีพรังสีเทคนิค

โครงการ / กิจกรรมพิเศษ

หลักสูตรนักบริหารระดับสูง กอล์ฟ ธรรมศาสตร์ (นกธ.)

รศ.ดร.กำพล รุจิวิชชญ์ คณบดีคณะสหเวชศาสตร์ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการบริหารจัดการและการดูแลสุขภาพตนเองผ่านกิจกรรมกีฬากอล์ฟซึ่งถือได้ว่าเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมและมีการเล่นกันอย่างแพร่หลายเหมาะสมกับบุคคลทุกเพศทุกวัย ประกอบกับความพร้อมของคณะสหเวชศาสตร์ที่มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์การกีฬา การบริหารจัดการกีฬา การฝึกสอนกีฬา และการดูแลด้านบาดเจ็บทางการกีฬา จึงเกิดแนวคิดว่าควรเปิดอบรมเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการกีฬากอล์ฟ โดยใช้ชื่อว่า “หลักสูตรนักบริหารระดับสูง กอล์ฟ ธรรมศาสตร์ (นกธ.)” เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคมและเป็นการสร้างเครือขายความร่วมมือกับกลุ่มบุคคลต่างๆ โดยเปิดรับผู้สนใจที่เป็นนักบริหารจัดการทั้งในหน่วยงานภาครัฐและเอกชน กำหนดให้มีการอบรมฯ ปีละ 3 รุ่น เริ่มรุ่นที่ 1 ในปี พ.ศ. 2558 เรื่อยมาจนถึงรุ่นที่ 5 ในปี พ.ศ.2560 มีจำนวนผู้ผ่านการอบรมฯ มากกว่า 500 คน

ปรัชญา และ ปณิธาน

คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพและมีความพร้อมไปรับใช้สังคม และให้โอกาสแก่ทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยบัณฑิตของคณะสหเวชศาสตร์ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถทัดเทียมนานาชาติ และสอดคล้องกับความต้องการของประเทศ เป็นบุคลากรผู้มีคุณธรรม จริยธรรม และมีเจตคติที่ดีในการประกอบอาชีพ

วิสัยทัศน์

เป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำที่มีความเป็นเลิศทางวิชาการ โดดเด่นในความเป็นธรรมศาสตร์ เป็นที่ยอมรับทั้งในระดับชาติและนานาชาติ

พันธกิจ

คณะสหเวชศาสตร์ เป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำที่มีชื่อเสียง เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ผลิตบัณฑิตและสร้างสรรค์งานวิจัยที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน ให้บริการวิชาการเพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศและส่งเสริมทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมไทย

เป้าหมาย

  1. ผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับของสังคม
  2. ผลิตงานวิจัยสาขาสหเวชศาสตร์ที่มีคุณภาพเป็น 5 อันดับแรกของประเทศ และ 40 อันดับแรกของภูมิภาคเอเชีย
  3. สร้างงานวิจัย การบริการวิชาการหรือนวัตกรรมที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพของประชาชน